- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
แรม (RAM) คือ หน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ที่ย่อมาจากคำว่า Random Access Memory เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมและความเร็วในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นหน่วยความจำแบบชั่วคราว ซึ่งหมายถึงจะสามารถทำงานได้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยง เมื่อมีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลใน RAM ก็จะหายไป ซึ่งในปัจจุบันแรมนั้นได้ถูกพัฒนามาจนถึง Ram DDR4 ซึ่งรองรับการทำงานจาก ซีพียูอนุกรม Core i7 5xxx สถาปัตยกรรม Haswell-E ที่ใช้ซ็อกเก็ตแบบใหม่ LGA2011-v3 เป็นต้น
RAM ทำหน้าที่อะไร
RAM ทำหน้าที่รับข้อมูลหรือชุดคำสั่งจากโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งต่อไปยัง CPU ให้ประมวลผล คำนวณ และวิเคราะห์ข้อมูลตามต้องการ เมื่อ CPU คำนวณเสร็จแล้ว จะส่งผลการคำนวณหรือวิเคราะห์นั้นๆกลับมายัง RAM เพื่อส่งต่อไปยังโปรแกรมเจ้าของชุดคำสั่ง ก่อนจะแสดงผลของการคำนวณออกมาทางหน้าจอ เป็นต้น
รูปภาพ Bandwidth ของ RAM แต่ละรุ่น
รูปภาพจาก Twealtown.com
การทำงานของ RAM นั้น จะเป็นการทำงานหรือการเขียน/บันทึกข้อมูลแบบสุ่ม หมายถึง CPU นั้นจะสามารถเข้าถึงทุกส่วนของ RAM ได้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเพิ่มความเร็วในการบันทึกและอ่านข้อมูลนั่นเอง ตรงนี้เองที่เป็นที่มาของคำว่า Random access
1. Input Storage Area
เป็นส่วนที่ใช้รับข้อมูลจาก Input devices เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ Barcode reader และอื่นๆ โดยจะเก็บไว้เพื่อส่งให้ CPU ทำการประมวผล คำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นต่อไป
เป็นส่วนที่ใช้รับข้อมูลจาก Input devices เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ Barcode reader และอื่นๆ โดยจะเก็บไว้เพื่อส่งให้ CPU ทำการประมวผล คำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นต่อไป
2. Working Storage Area
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการประมวลผลของ CPU
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการประมวลผลของ CPU
3. Output Storage Area
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คำนวณ และวิเคราะห์โดยหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU แล้วและอยู่ระหว่างรอส่งผลการประมวลดังกล่าวกลับคืนไปให้โปรแกรมเจ้าของชุดคำสั่ง เพื่อแสดงผลทาง Output devices ตามที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คำนวณ และวิเคราะห์โดยหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU แล้วและอยู่ระหว่างรอส่งผลการประมวลดังกล่าวกลับคืนไปให้โปรแกรมเจ้าของชุดคำสั่ง เพื่อแสดงผลทาง Output devices ตามที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้
4. Program Storage Area
เป็นส่วนที่ใช้เก็บชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการจะส่งเข้ามา เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตามคำสั่งชุดดังกล่าว
เป็นส่วนที่ใช้เก็บชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการจะส่งเข้ามา เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตามคำสั่งชุดดังกล่าว
และแน่นอนว่าหาคอมพิวเตอร์เพื่อนๆนั้นมี RAM มาก ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ก็จะสูงขึ้นด้วย แต่การจะเพิ่ม RAM ให้กับระบบคอมพิวเตอร์นั้นเราต้องพิจารณาด้วยว่า Ram ของเรานั้นเป็นแบบไหน เช่น DDR รุ่นไหน หรือเมนบอร์ดของเรารองรับได้กี่ตัว และที่สำคัญ Windows ของเรานั้นเป็นแบบกี่บิตด้วยนั่นเอง เพราะถ้าเป็น 32 บิต การเพิ่มแรมเข้าไปเยอะๆก็ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้เกินกว่านั้นนะครับเพราะ Windows 32 บิตนั้นรองรับได้สูงสุดประมาณ 4 GB เท่านั้นครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น